เอาแล้วสิ !! ผอ.สำนักศิลปากรที่ 6 บอกไม่ได้มีการอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารตั้งแต่แรก 

 

 

ที่ จ.พิษณุโลก หลายภาคส่วนร่วมประชุมชี้แจงกรณี “กลุ่มอนุรักษ์ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช “หลังเดิม”  ก่อนจะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนพิษณุโลก ที่นัดรวมพล สักการะ ศาลสมเด็จฯ แล้วจะยื่นหนังสือต่อทหารและตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกในวันพรุ่งนี้ (26 พฤษภาคม 2561) เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

 

 

วันนี้ 25 พ.ค. 61 นายไพบูลย์ ณบุตรจอม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกพ.อ.วิชิต วงศ์สังข์ รองผอ.ผู้บัญชาการ มทบ.39 นางสาวดวงกมล ยุทธเสรี ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6 และหน่วยงานราชและภาคประชาชน อาทิเช่น อ.ขวัญทอง สอนสิริ ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกจากหลังที่มีกระแสกลุ่มคัดค้าน ในสังคมโซเซียลที่ไม่เห็นด้วยการก่อสร้างพลับพลาหรือตำหนักหลังใหม่ สร้างทับเขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งอยู่ในแนวเขตพระราชวังจันทน์ อ.เมือง พิษณุโลก

 

 

โดย อ.ขวัญทอง สอนศิริ ได้เริ่มชี้แจงว่า สิ่งก่อสร้างใหม่ เป็นสิ่งแปลกปลอมบังเกิดแก่ “ พระบรมราชานุสาวรีย์ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ที่ต่อมาประกาศเป็นโบราณสถาน พระราชวังจันทน์พ.ศ. 2536 แต่สิ่งปลูกสร้างใหม่ ใช้คำว่า “ พระตำหนัก “ และออกแบบ พระปรางค์บริเวณเครื่องบน น่าจะถอดแบบมาจากวัดใหญ่ แต่ไม่ใช่ ศิลปะของอยุธยาซึ่งไม่ตรงตามประวัติศาสตร์  

 

 

ในที่ประชุม ยังได้มีการสอบถาม กับผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6  ถึงการอนุมัติให้มีการก่อสร้าง   ว่ามีการขออนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่  ซึ่งได้รับคำตอบมาว่า ทางกรมศิลปากร ในตอนแรกไม่ได้มีการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร  และไม่ได้เห็นด้วย และมีการให้ระงับการก่อสร้างไปแล้ว ต่อมาได้มีการปรึกษากันระหว่างกองทัพ  กรมศิลปากร และจังหวัดพิษณุโลก เพื่อพิจารณาปรับรูปแบบ เพราะทราบว่าการก่อสร้างอาคารดังกล่าวใช้เงินบริจาค จึงได้มีการปรึกษากันว่าเมื่อเริ่มก่อสร้างไปแล้ว เพื่อไม่ให้มีการเดือดร้อนกันมาก อีกทั้งที่ปรึกษากันครั้งนั้นได้ความว่า ประชาชนต้องการให้สร้าง  โดยผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6   ยังได้พูดในที่ประชุมอีกว่า หากประชาชนไม่เห็นด้วยในการก่อสร้าง ในครั้งแรกได้มีการคัดค้านการก่อสร้างหรือไม่  และยังกล่าวอีกว่าหากจะดำเนินการก่อสร้างต่อ ก็ต้องใช้งบประมาณของจังหวัดพิษณุโลกในการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ 

 

 

อย่างไรก็ตามกลุ่มคนพิษณุโลกอนุรักษ์ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ได้กล่าวยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยกับสิ่งปลูกสร้างใหม่ต้องการให้รื้อหรือ ย้ายเท่านั้นซึ่งนายไพบูลย์ ณบุตรจอม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกกล่าวว่า จะรวบรวมข้อเสนอแนะให้รื้อสิ่งปลูกสร้างใหม่ นำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และให้ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 6 นำเสนออธิบดีกรมศิลปกรต่อไปว่า ชาวพิษณุโลกเห็นควรรื้อและย้ายสิ่งก่อสร้างใหม่

 

 

ทั้งนี้งบประมาณ 43 ล้านบาท แบ่งเป็นงบจำนวน 23 ล้านบาท ได้จากการบริจาคหรือบูชาพระ ทหารได้ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างแล้วเสร็จ ขณะที่งบประมาณอีก 20 ล้านเป็นในส่วนของงบประมาณกลุ่มจังหวัด ซึ่งยังไม่ได้เบิกจ่ายตามงวด โดยมีสำนักศิลปากรที่ 6 เป็นผู้ควบคุมดูแล บริษัทเอกชนที่ได้ประมูลงานและทำสัญญาไปแล้ว ปัจจุบันกำลังเตรียมก่อสร้าง อยู่ระหว่างแก้ไขปรับปรุงแบบก่อสร้างส่วนวันที่ 26 พ.ค. นี้กลุ่มคนพิษณุโลกอนุรักษ์ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยังคงนัดรวมพล สักการะ ศาลสมเด็จฯ แล้วจะยื่นหนังสือต่อทหารและตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกต่อไป