ทุ่มงบ 300 ล้านบาท ปรับภูมิทัศน์ริมแม่น้ำน่าน - สร้างสะพานข้ามแม่น้ำน่าน

 

 

 

เทศบาลนครพิษณุโลกร่วมกับจังหวัดพิษณุโลก กรมทางหลวงชนบท และกรมโยธาธิการและผังเมือง ทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท เตรียมปรับภูมิทัศน์ริมแม่น้ำน่านทั้ง 2 ฝั่ง สร้างสะพานข้ามแม่น้ำน่านเชื่อมแหล่งท่องเที่ยว วัด-วัง เส้นทางสายวัฒนธรรมเพิ่มคุณค่าทางมรดกแห่งเมืองสองแคว

 

 


นายบุญทรง แทนธานี นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก เปิดเผยว่า จังหวัดพิษณุโลก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และโบราณสถานสำคัญที่สุดอยู่ 2 แห่ง นั่นคือ พระพุทธชินราช และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งอยู่คนละฝั่งแม่น้ำน่านที่ไหลผ่านกลางตัวเมือง เพื่อเป็นการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมือง เทศบาลนครพิษณุโลก จึงมีแนวคิดในการปรับภูมิทัศน์ริมแม่น้ำน่าน หน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ความยาวประมาณ 700 เมตร งบประมาณ 42,410,000 บาท โดยจะเริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2562 แล้วเสร็จปี พ.ศ. 2563 โดยเทศบาลนครพิษณุโลกได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามมติคณะรัฐมนตรีสัญจร เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2560 เป็นเงินอุดหนุนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยดำเนินการปรับปรุงถนน ทางเท้า ระบบระบายน้ำ ลานพักผ่อนที่ได้มาตรฐาน และไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณโดยรอบ และเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ นอกจาก จะช่วยให้ภูมิทัศน์มีความสวยงามมากขึ้น ยังก่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีความสะอาดตา แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสักการะพระพุทธชินราช และที่สำคัญเกิดความสง่างามสมกับเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่มีความงดงามที่สุดในโลก

 


พร้อมกันนี้ เทศบาลนครพิษณุโลกร่วมกับกรมทางหลวงชนบท ยังมีแนวคิดในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เชื่อมต่อวัด-วัง (วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร-พระราชวังจันทน์) ผ่านความงดงามและมนต์เสน่ห์ของแม่น้ำน่าน โดยการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำน่านเพื่อการท่องเที่ยว เริ่มจาก ถนนพุทธบูชาบริเวณด้านทิศใต้ของโรงน้ำแข็งโกล์ไอซ์ข้ามไปอีกฝั่งของลำน้ำเชื่อมกับถนนวังจันทน์ ตรงทางเข้าศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ พื้นผิวจราจร กว้าง 7 เมตร มีทางเท้าและทางจักรยาน โดยใช้งบประมาณของกรมทางหลวงชนบท งบประมาณ 87,000,000 บาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในปี พ.ศ.2562 ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อระหว่างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร และพระราชวังจันทน์ สถานที่ประสูติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถและสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา อันเป็นการสร้างการรับรู้และเพิ่มคุณค่าให้กับมรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage) นักท่องเที่ยวจะได้ศึกษาคุณลักษณะสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่เชื่อมต่อกัน การเชื่อมต่อวัด-วัง ในครั้งนี้ไม่ได้คำนึงแต่เพียงความสะดวกในการสัญจรเชื่อมแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังคำนึงถึงอัตลักษณ์และคุณค่าของความเป็นไทยที่ต้องพัฒนาควบคู่กัน โดยเน้นการออกแบบสถาปัตยกรรมให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม มีเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ และมีกลิ่นอายของเมืองสองแควอยู่อย่างเปี่ยมล้น
 

 

 

นอกจากนี้ จังหวัดพิษณุโลกได้ประสานงานกับกรมโยธาธิการและผังเมืองทำการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำน่าน พร้อมปรับภูมิทัศน์ และถนน คสล.บริเวณด้านหน้าพระราชวังจันทน์ ความยาว ๖๗๒ เมตร ทั้งนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน 103,500,000 บาท เริ่มดำเนินการก่อสร้างมาแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 แล้วเสร็จภายใน 750วัน ประกอบกับในปี พ.ศ. 2563 กรมโยธาธิการและผังเมืองมีโครงการระยะที่ 2 โดยจะดำเนินการปรับปรุงถนน คสล. 4 ช่องทางจราจรพร้อมเลนจักรยาน และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณ 2 ข้างทางพร้อมระบบไฟฟ้าส่องสว่าง บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก(ถนนวังจันทน์)ความยาว 400 เมตร งบประมาณ 70,000,000 บาท แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งการก่อสร้างดังกล่าวจะช่วยป้องกันการพังทลายของตลิ่งริมแม่น้ำน่าน ป้องกันตลิ่ง ทรุดตัว ภูมิทัศน์สวยงาม เป็นสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนอีกแห่งหนึ่ง 
 

 

 

“การปรับภูมิทัศน์ริมแม่น้ำน่านหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำน่านเพื่อการท่องเที่ยว การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำน่านหน้าพระราชวังจันทน์ และปรับปรุงถนน คสล. 4 ช่องทางจราจรพร้อมเลนจักรยาน และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณ 2 ข้างทางพร้อมระบบไฟฟ้าส่องสว่าง บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก(ถนนวังจันทน์) เพื่อเชื่อมแหล่งท่องเที่ยววัด-วัง เส้นทางสายวัฒนธรรมเพิ่มคุณค่าทางมรดกแห่งเมืองสองแควนี้ จะทำให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมากราบสักการะพระพุทธชินราช แล้วเดินทางไปกราบสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เยี่ยมชมพระราชวังจันทน์ ศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ และกราบสักการะศาลหลักเมืองได้เป็นวงรอบ ไม่ต้องเดินทางย้อนกลับไปมา ทุกแผนงานโครงการ เราใช้ศักยภาพของตลิ่ง ริมแม่น้ำน่านอย่างเต็มที่ นอกเหนือจากการป้องกันน้ำท่วมแล้วยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าของแหล่งท่องเที่ยวในเมืองพิษณุโลกและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมืองพิษณุโลกดีขึ้น” นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก กล่าว