
ภายหลังจากที่ปริมาณน้ำจากจังหวัดสุโขทัย ไหลเข้าจังหวัดพิษณุโลกแล้ว ตั้งแต่คืนวานนี้ (23 ส.ค.2563) โดยในวันนี้ 24 ส.ค. 63 นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก ได้ลงพื้นที่คลองแยงมุม บ้านวังขี้เหล็ก ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำที่ระบายมาจากประตูน้ำหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ทางกรมชลประทานมีแผนการบริหารจัดการน้ำ โดยใช้ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย หน่วงน้ำไว้ บริหารจัดการและควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านก่อนลงสู่แม่น้ำยมสายหลัก ไม่เกิน 800 ลบ.ม

ล่าสุดเช้าวันนี้น้ำจากจังหวัดสุโขทัย ได้ไหลเข้าสู่พื้นที่ จ.พิษณุโลก ที่บริเวณแม่น้ำยมสายเก่า ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก และพบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยน้ำเอ่อล้นตลิ่ง เนื่องจากคาดการณ์ปริมาณน้ำก้อนแรกที่ไหลเข้าสู่จังหวัดพิษณุโลก มีปริมาณมากกว่า 60 ล้าน ลบ.ม. โดยเส้นทางแม่น้ำยมสายเก่า-คลองเมม-คลองบางแก้ว ในเขต อ.พรหมพิราม อ.เมือง อ.บางระกำ ได้มีการเร่งการระบายน้ำ ผ่านประตูระบายน้ำบ้านใหม่โพธิ์ทอง, ประตูระบายน้ำวังขี้เหล็ก และประตูระบายน้ำบางแก้ว ลงสู่แม่น้ำยมสายหลัก

เบื้องต้น ได้ผลักดันมวลน้ำลงสู่คลองน้ำธรรมชาติ ทั้ง 99 แห่ง ในพื้นที่ โดยเฉพาะที่บริเวณคลองแยงมุม ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม หากมีมวลน้ำเข้ามามากอีก ก็จะผันน้ำเข้าทุ่งโครงการบางระกำโมเดล ปัจจุบันที่ สถานีวัดน้ำ Y.64 อ.บางระกำ พิษณุโลก ระดับน้ำปริมาณสูง 4.68 เมตร (ต่ำกว่าตลิ่ง 1.72 เมตร) ปริมาณน้ำไหลผ่าน 242.80 ลบ.ม/วินาที โดยหน่วยงานชลประทาน เร่งระบายน้ำในแม่น้ำยมสายหลัก ได้แก่ ประตูระบายน้ำวังสะตือ และ ผันน้ำจากแม่น้ำยมลงสู่แม่น้ำน่าน ผ่าน คลอง DR-2.8 และ DR-15.8

จึงขอแจ้งเตือนประชาชน ในจังหวัดพิษณุโลก เตรียมความพร้อมรับน้ำแม่น้ำยม จากจังหวัดสุโขทัย โดยเฉพาะบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร ที่อยู่ริมตลิ่งแม่น้ำยมสายหลัก และ ริมตลิ่งแม่น้ำยมสายเก่า-คลองเมม-คลองบางแก้ว อ.พรหมพิราม อ.เมือง และ อ.บางระกำ เฝ้าระวังสถานการณ์ และเตรียมการขนของขึ้นที่สูงหากเกิดภาวะน้ำเอ่อล้นตลิ่ง และ ขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการในระยะนี้อย่างใกล้ชิด

